หนังสือรัก
posted on 27 Apr 2012 19:02 by pachune in AroundTheLOVE"......เมื่อบทเพลงสุดท้ายในวิทยุได้ถูกบรรเลง ดนตรีก็คือดนตรี จังหวะก็คือจังหวะ
แต่ความเป็นหนึ่งเดียวกันของดนตรีและจังหวะ ประกอบให้มันเป็นเพลงรักที่ยิ่งใหญ่
มีค่ามากกว่าจะอธิบายได้ สำหรับคนสองคน"
ผมถอนหายใจ แล้วคลิ๊กไปที่ปุ่ม Publish. เรื่องสั้นอีกเรื่องหนึ่งของผมได้ถูกเขียนขึ้นจนสำเร็จ แต่ไม่มีเรื่องใดที่ประสบความสำเร็จ มันก็เป็นแค่เรื่องสั้นที่เขียนขึ้นมาจากใจ ให้คนไม่กี่คนอ่าน
ผมเลื่อนเมาส์ไปดูหน้าสถิติของบล๊อคตัวเองอย่างช้า ๆ แล้วก็มองตัวเลขสองหลักที่น่าใจหาย วันหนึ่งวันมีคนเข้ามาอ่านเพียงไม่กี่สิบ
แล้วความฝันที่จะเป็นนักเขียนนิยายรักมืออาชีพ มันจะเป็นจริงได้อย่างไร
ทันใดนั้น เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์
"ฮัลโหล"
"สวัสดี คิดถึงจังเลย" เสียงปลายสายที่คุ้นเคย เธอนี่เอง
"เฮ้ เราอัพบล๊อคใหม่แล้วนะ ไปอ่านด้วยนะ"
"โอเคได้เลย! เราชอบบล๊อคเธอมากเลยนะรู้มั๊ย"
ผมรู้
เพราะเธอพูดคำ ๆ นี้กับผมมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
แต่ผมก็ยังรู้สึกดีที่มีเธออย่างน้อยหนึ่งคน ที่คอยอ่านบทความของผมเสมอ ๆ และก็ได้รับคำชมจากเธอเสียแทบทุกครั้ง ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเอาใจ หรือ พูดจากใจ
"อื้ม อย่าลืมไปอ่านนะ"
"ได้เลย จะอ่านเดี๋ยวนี้แหละ คิดถึงนะ แค่นี้นะ"
แล้วเธอก็กดวางสายไป
มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ว่าเธอก็คือคนที่ผมพูดคุยอยู่บ่อยๆ เพราะเธอเองก็เป็นนักเขียนมือสมัครเล่นเหมือนกับผม ที่คอยเขียนเรื่องราวน่ารัก ๆ อัพบล๊อคอยู่ร่ำไป
ผมก็ไปอ่านเรื่องราวของเธอ เธอก็มาอ่านเรื่องราวของผม ผลัดกันไปผลัดกันมา แล้วเราก็รู้สึกดีต่อกันและกัน
เป็นไปได้สูงว่า เรารู้จักกันผ่านตัวหนังสือ แล้วเราก็รักกันผ่านตัวหนังสือ
แต่เรายังไม่เป็นแฟนกัน
เหมือนวัยรุ่นทั่วไป เราทำความรู้จักกัน สนิทกัน มากพอในระดับที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันแล้ว ไอ้ฝ่ายชายโง่ๆอย่างผม กลับไม่บอกชอบและขอเธอคบเป็นแฟนเสียที
และผมก็ยังไม่รู้ว่า ผมจะเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้อีกนานแค่ไหน ถ้าไม่เสียเธอไปเสียก่อน
แต่ผมคงต้องบอกเธอสักวัน
ผมเชื่ออย่างนั้น
แล้วก็มาถึงวันนี้
...
เสียงที่คุ้นเคยดังอีกแล้ว
"ฮัลโหล"
"....."
"....."
"....."
"ไชโยยยยยยยย!!!"
เสียงดีใจของผมกระหึ่มไปทั้งบ้าน เจ้าตูบตกใจวิ่งทิ้งชามข้าวมาไล่เห่าผม
"สำนักพิมพ์รับงานเขียนผมแล้วววววววววว"
และนับจากวินาทีนั้น ผมก็กลายเป็นคนที่ไม่มีเวลาว่างทันที
เมื่อสำนักพิมพ์ติดต่อมาว่าบทความของผมได้รับการตีพิมพ์เป็นหนังสือพ๊อกเก็ตบุ๊คของตัวเอง ผมต้องคิดบทความเพิ่ม เขียนเรื่องราวใหม่ ๆ และปรับปรุงบทความเก่า ๆ มีการส่งเอกสารไปพิสูจน์อักษร การคุยสัญญากับสำนักพิมพ์ และอีกมากมายมหาศาล
ผมดีใจจนเนื้อเต้น
เธอก็เหมือนกัน
เธอโทรศัพท์มาแสดงความยินดีกับผม และให้กำลังใจผมอยู่บ่อยครั้ง
ผมไม่ลืมที่จะเขียนกล่าวขอบคุณกำลังใจดี ๆ จากเธอ ลงในท้ายเล่ม ที่นักเขียนมักจะกล่าวขอบคุณผู้อื่นเต็มหน้ากระดาษ
แล้วไม่นานต่อจากนั้น
ผมก็ดังเป็นพลุแตก
...
งานเปิดตัวหนังสือ
ผมนั่งอยู่กลางบูธ ที่รายล้อมไปด้วยหนังสือของผมเอง และผู้อ่านอีกมากมายหลายร้อยชีวิต ที่ยืนต่อคิวเพื่อที่จะจับจองหนังสือเป็นของตัวเอง
และขอลายเซ็นจากผม !!
ผู้อ่านหลายคนเริ่มต่อคิวทยอยกันมาขอลายเซ็นจากผม ผมก็ค่อยๆบรรจงเขียนให้ทีละคนอย่างตั้งใจ พร้อมพูดคุยถามชื่อถามที่มาที่ไป เพื่อที่จะได้สนิทสนมกับผู้อ่านให้มากที่สุด
แล้วอยู่ ๆ ผู้อ่านที่มาขอลายเซ็นจากผมไป
ก็คือเธอ !
เธอที่ผมรัก แต่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน
"อ้าว" ผมทำหน้าตกใจ
"มาขอลายเซ็นไง พ่อนักเขียน" เธอพูด พร้อมกับชูหนังสือของผมเอาไว้
ผมยิ้มรับมันอย่างเขินๆ
แต่ผมยังไม่เซ็นมัน
"เธอรู้มั๊ย ว่าชื่อหนังสือนี้หมายความว่าไง" ผมถาม เธอส่ายหน้า
ผมชี้นิ้วไปที่ตัวอักษรตัวใหญ่ ๆ บนหน้าปก ที่เขียนว่า 'หนังสือรัก'
"เราแค่รู้สึกว่า เราฟังเพลง ยังมีเพลงรัก..." ผมพูด เธอดูท่าทีคล้อยตาม
"...ดูหนัง ก็ยังมีหนังรัก"
"หรือมองไปที่ใคร ก็เป็นคู่รัก"
"เราก็เลยคิดว่า ทำไมจะมีหนังสือรักบ้างไม่ได้" ผมพูดจบพร้อมรอยยิ้ม
เธอก็ยิ้มกลับมา
"น่ารักดี" เธอพูด
แต่ผมว่าเธอน่ารักกว่า
"แล้วเซ็นให้เราได้รึยังฮะ!" เธอเริ่มขึ้นเสียง ผมยิ้ม
ผมเปิดไปหน้าหลังสุดของหนังสือเล่มนั้น แล้วบรรจงเขียนข้อความหนึ่งลงไป เธอพยายามมอง แต่ผมก็พยายามปิดมันไม่ให้เธอเห็น เมื่อผมเขียนเสร็จ ผมก็ส่งคืนให้กับเธอ"
"ขอบคุณนะ" เธออ่านประโยคนั้น
"โหหหหหห นี่มันไม่ใช่ลายเซ็นนน เอาลายเซ็นเธอมาาาา" เธอเรียกร้อยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"งั้นเดี๋ยวเซ็นให้หลังงานเลิก" เธอทำสีหน้างุนงงเล็กน้อย
"เจอกันหลังงานเลิกนะ ตรงนี้แหละ" ผมกระซิบ แล้วชูนิ้วก้อยให้คำสัญญา เธอส่งสัญญาณกลับพร้อมรอยยิ้ม แล้วเธอก็หันหลังจากไปพร้อมกับหนังสือเล่มนั้น
แล้วผมก็เขียนลายเซ็นให้ผู้อ่านท่านอื่นต่อ
หลังงาน
เธอยืนรอผม ผมรีบเดินไปหา พร้อมหนังสือเล่มใหม่ของผม
"เราเซ็นให้แล้วนะ เล่มใหม่เลยด้วย"
ผมยื่น 'หนังสือรัก' ให้กับเธอ เธอทำหน้ายิ้มๆ แล้วรับมันไป
ตอนนี้ผมตัวสั่น สั่นจนหัวใจแทบจะกระเด็นหลุดออกมาตรงนั้น
"เซ็นจริงๆแล้วใช่มั๊ย ไม่แกล้งกันแล้วนะ" เธอถาม
"เซ็นจริงๆ ไม่เชื่อเปิดดูหน้าแรกได้เลย" ผมบอก แล้วเธอก็พลิกหน้ากระดาษ เธอมองไปที่หัวมุมด้านบนซ้ายของกระดาษ ที่มีข้อความเล็ก ๆ ถูกเขียนเอาไว้
เป็นแฟนกันนะ
ถ้าโอเค เปิดไปหน้าสุดท้าย
ถ้าไม่โอเค เปิดหน้าต่อไป
เธอเงยหน้าขึ้นมามองที่ผม สายตาเธอดูเป็นประกายกว่าครั้งไหน ๆ ปากเธอเผยอขึ้นนิดหน่อยด้วยความตกใจ
แต่เธอไม่พูดอะไร
...
"ไม่พูดอะไรหน่อยหรอ" ในที่สุด ผมก็กลั้นใจถาม
"เราตอบว่าอะไรดีล่ะ" เธอยังคงเปิดหน้านั้นทิ้งไว้ ผมสังเกตว่ามือเธอเริ่มสั่น เธอเริ่มทำท่าขวยเขิน หน้าเธอเริ่มแดง
"เปิดหน้าสุดท้ายสิ" ผมท้า
"จะดีหรอ" เธอถาม
ผมพยักหน้า ด้วยสายตาละห้อย
แล้วเธอก็พลิกไปหน้าถัดไป
ให้โอกาสคิดใหม่
ถ้าอยากตอบใหม่ ให้ย้อนกลับไปหนึ่งหน้า
ถ้ายืนยันคำเดิม ให้เปิดหน้าต่อไป
เป็นวันแรกของผม ที่เป็นรอยยิ้มที่ผมไม่เคยเห็นจากเธอมาก่อน
เธอซุกหน้าเข้าไปในหนังสือของผม เหมือนว่าหน้ากระดาษสีขาวของผมจะทำให้หน้าเธอแดงลดลง และอาจกลายเป็นสีชมพูก็ได้
เธอมองมาที่ผมอีกครั้ง
ผมยิ้ม
เรามองกันอยู่ครู่หนึ่ง ผมลุ้นด้วยความตื่นเต้น หัวใจผมเต้นรัวเหมือนกลองชุดสิบชุด กระหน่ำตีอยู่ในหัวใจผม
เธอพลิกไปข้างหน้าอีกหนึ่งหน้า
เป็นแฟนกันนะ
ถ้าโอเค เปิดไปหน้าสุดท้าย
ถ้าไม่โอเค เปิดหน้าต่อไป
เธอยิ้ม
ผมยิ้ม
เธอมองหน้าผม แล้วกรีดกระดาษอย่างรวดเร็ว จนหน้ากระดาษไปหยุดอยู่ที่หน้าสุดท้าย
เธอละสายตาจากผม แล้วก้มลงไปมอง
เธอยังยิ้มอยู่
ขอบคุณนะ
หนังสือเล่มนี้ สำเร็จไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอ
หนังสือรัก
กับคนรัก
จาก เราเอง
แล้วผมก็กอดเธอ